ไนเตรตต่อฟอสเฟตควรอยู่ราว 100:1 โดยน้ำหนัก การเสียสมดุลทำให้สาหร่ายบางชนิดได้เปรียบ

สัดส่วนสำคัญ

ไนเตรตต่อฟอสเฟตควรอยู่ราว 100:1 โดยน้ำหนัก การเสียสมดุลทำให้สาหร่ายบางชนิดได้เปรียบ

ทั้งสองต้องไม่เป็นศูนย์

ไนเตรต 2–10 ppm และฟอสเฟต 0.03–0.10 ppm เป็นช่วงที่ปะการังแข็งแรงและสาหร่ายไม่ระบาด

เมื่อฟอสเฟตสูงกว่าสัดส่วน

มักได้สาหร่ายเส้นผมและไซยาโน ให้เน้นลดฟอสเฟตด้วย GFO

เมื่อไนเตรตต่ำเกิน

มักได้ไดโนแฟลกเจลเลต ต้องเพิ่มไนเตรตขึ้นมาให้วัดได้

เครื่องมือปรับสมดุล

รีฟูจิอุมช่วยดูดทั้งสองตัวอย่างสมดุล ส่วน GFO ดูดเฉพาะฟอสเฟต และการโดสคาร์บอนดูดทั้งคู่

เปลี่ยนช้าๆ

ปรับไม่เกิน 25% ต่อสัปดาห์ การเปลี่ยนเร็วทำให้ปะการังช็อกและเกิดปัญหาใหม่

สรุป

  • สัดส่วนสำคัญ — ไนเตรตต่อฟอสเฟตควรอยู่ราว 100:1 โดยน้ำหนัก การเสียสมดุลทำให้สาหร่ายบางชนิดได้เปรียบ
  • ทั้งสองต้องไม่เป็นศูนย์ — ไนเตรต 2–10 ppm และฟอสเฟต 0.03–0.10 ppm เป็นช่วงที่ปะการังแข็งแรงและสาหร่ายไม่ระบาด
  • เมื่อฟอสเฟตสูงกว่าสัดส่วน — มักได้สาหร่ายเส้นผมและไซยาโน ให้เน้นลดฟอสเฟตด้วย GFO
  • เมื่อไนเตรตต่ำเกิน — มักได้ไดโนแฟลกเจลเลต ต้องเพิ่มไนเตรตขึ้นมาให้วัดได้
  • เครื่องมือปรับสมดุล — รีฟูจิอุมช่วยดูดทั้งสองตัวอย่างสมดุล ส่วน GFO ดูดเฉพาะฟอสเฟต และการโดสคาร์บอนดูดทั้งคู่
  • เปลี่ยนช้าๆ — ปรับไม่เกิน 25% ต่อสัปดาห์ การเปลี่ยนเร็วทำให้ปะการังช็อกและเกิดปัญหาใหม่
📚 อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

แหล่งอ้างอิงหลัก: Humble.Fish, Reef2Reef, Merck Veterinary Manual และประสบการณ์ในชุมชนผู้เลี้ยง