ปลากินสาหร่ายเป็น "ตัวช่วย" คุมตะไคร่ที่ดี แต่ไม่ใช่ "ทางออกทั้งหมด" — เลือกให้เหมาะขนาดตู้และนิสัย ไม่งั้นได้ปลาตัวใหม่มาแล้วปัญหาเดิมไม่หาย
ตัวเลือกยอดนิยม
| ปลา | ขนาดตู้ | กินอะไร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Lawnmower / Sailfin blenny | 120 ลิตร+ | สาหร่ายฟิล์ม/ขนสั้นบนหิน | ถ้าสาหร่ายหมดต้องเสริม nori ไม่งั้นอด |
| ปลาทัง (Tangs) | 200–300 ลิตร+ | สาหร่ายทุกชนิด (ดีมาก) | ต้องการตู้ใหญ่ + nori ทุกวัน |
| Rabbitfish (ปลากระต่าย) | 300 ลิตร+ | สาหร่ายเก่งมาก | เงี่ยงมีพิษ ระวังมือ |
| แองเจิลแคระบางชนิด | 150 ลิตร+ | สาหร่าย + เศษอาหาร | อาจจิกปะการัง |
| ปลาบู่บางชนิด (algae goby) | ตู้เล็กได้ | สาหร่ายฟิล์มบาง ๆ | กินได้น้อย เป็นตัวช่วยเสริม |
จับคู่กับขนาดตู้
- ตู้นาโน (<100 ลิตร): ไม่มีปลากินสาหร่ายตัวใหญ่ที่เหมาะ — ใช้หอยทาก (Trochus) + ปลาบู่เล็กแทน
- ตู้กลาง (100–200 ลิตร): Lawnmower blenny หรือ algae goby + ทีมหอยทาก
- ตู้ใหญ่ (200+ ลิตร): ปลาทัง + blenny + ทีม CUC เต็ม
ข้อควรรู้
- ปลากินสาหร่ายคือ การคุมไม่ให้ลุกลาม ไม่ใช่การ "กำจัดก้อนสาหร่ายที่บุกแล้ว" — สาหร่ายขนยาว/ไซยาโนที่บานแล้ว ต้องแก้ที่น้ำก่อน (อ่านบทความสาหร่าย)
- ปลากินสาหร่ายหลายตัว (blenny, tang) พอสาหร่ายหมดจะอด → ต้องมี nori หนีบให้กินต่อเนื่อง
- Rabbitfish มีเงี่ยงพิษที่ครีบหลัง — ระวังตอนช้อน/จับ
- ปลาแต่ละตัว "รสนิยม" ต่างกัน บางตัวไม่ยอมกินสาหร่ายชนิดที่เรามี
ลำดับที่ถูกต้อง: แก้ต้นเหตุสารอาหารก่อน → แล้วค่อยใส่ปลากินสาหร่ายเป็นตัวช่วยคุมระยะยาว — ใส่ปลาก่อนแก้ที่น้ำ = ปลาอดหรือสาหร่ายยังบุกเหมือนเดิม
📚 อ่านต่อในหมวดเดียวกัน
