แอมโมเนีย (NH₃) และไนไตรต์ (NO₂) ต้องเป็น 0 เท่านั้น — มีค่าเมื่อไหร่แปลว่ามีบางอย่างผิดปกติทันที (ปลาเพิ่มเร็วไป ปลาตายคาตู้ กรองล่ม ใส่ยาแรง ๆ) นี่คือลำดับการรับมือฉุกเฉิน
ขั้นที่ 1: หยุดยั้งพิษทันที
- เปลี่ยนน้ำทันที 25–50% ด้วยน้ำเค็มผสมใหม่ที่อุณหภูมิ/ความเค็มตรงกับตู้ (วิธีลดพิษเร็วสุด)
- หยุดให้อาหาร 1–2 วัน เพื่อไม่เพิ่มของเสีย
- เพิ่มออกซิเจน: เปิดหัวทราย/เร่งกระแสน้ำเป่าผิวน้ำ
ขั้นที่ 2: ใช้ตัวช่วยลดพิษ
- น้ำยาจับแอมโมเนีย (Ammonia binder เช่น Prime/Amquel) — เปลี่ยนแอมโมเนียเป็นรูปไม่เป็นพิษชั่วคราว (แต่ชุดทดสอบบางยี่ห้ออาจยังอ่านขึ้น ใช้ของที่วัด "free ammonia" ได้)
- แบคทีเรียสำเร็จรูป เทเสริมช่วยเร่งฟื้นระบบกรอง
- ถ้าปลามีอาการหนัก (หายใจเร็ว ลอยผิวน้ำ) — ย้ายปลาไปตู้/ถังสำรองที่น้ำดี ดีกว่าปล่อยให้อยู่ในน้ำพิษ
ขั้นที่ 3: หาสาเหตุ
- เพิ่มปลาหลายตัวเร็วไป (แบคทีเรียตามไม่ทัน) → ค่อย ๆ ลดภาระหรือย้ายปลาออกบางส่วน
- ปลาตาย/อาหารเหลือเน่าค้าง → งมเอาออก + ดูดตะกอน
- กรอง/ปั๊มหยุดทำงานเป็นเวลานาน → เปิดคืนแล้วเฝ้าระวัง
- ล้างวัสดุกรองด้วยน้ำประปา/คลอรีน → แบคทีเรียตาย ต้องเพาะใหม่ (อย่าล้างกรองด้วยน้ำประปาเด็ดขาด ใช้ตักน้ำจากตู้มาล้าง)
ขั้นที่ 4: เฝ้าระวังจนกลับเป็น 0
วัดค่าแอมโมเนีย/ไนไตรต์ ทุกวัน จนกลับเป็น 0 ต่อเนื่อง 2–3 วัน ระหว่างนั้นให้อาหารน้อย ๆ และเปลี่ยนน้ำบ่อยตามค่าที่วัด
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ "เพิ่มปลาทีละน้อย + เว้นระยะ 2–4 สัปดาห์" ให้แบคทีเรียมีเวลาขยายตัวตามจำนวนปลา และตรวจแอมโมเนียทุกครั้งที่สงสัยว่ามีปลาตายหรืออาหารเหลือ
📚 อ่านต่อในหมวดเดียวกัน
