การวัดน้ำคือ "ตาที่สาม" ของนักเลี้ยง — บทความนี้สอนวิธีวัดแต่ละค่าและอ่านผลแบบมือใหม่ก็ทำเป็น (ละเอียดแต่ละตัวอ่านบทความเฉพาะได้)
ค่าที่ต้องวัดและความถี่
| ค่า | เป้าหมาย | วัดบ่อยแค่ไหน |
|---|---|---|
| ความเค็ม (SG) | 1.024–1.026 | ทุกวัน (ช่วงแรก) → สัปดาห์ละครั้ง |
| อุณหภูมิ | 24–27 °C | ทุกวัน |
| แอมโมเนีย | 0 (อันตรายเสมอ) | ช่วงไซเคิล/ปล่อยปลาใหม่ |
| ไนไตรต์ | 0 | ช่วงไซเคิล/ปล่อยปลาใหม่ |
| ไนเตรต | 2–20 ppm (รีฟ 2–10) | สัปดาห์ละครั้ง |
| pH | 8.0–8.4 | สัปดาห์ละครั้ง |
| KH | 7–11 dKH | สัปดาห์ละครั้ง (มีปะการังถี่ขึ้น) |
วิธีวัดแต่ละค่า (แบบชุดหยด)
- ความเค็ม: refractometer (ปรับศูนย์ด้วยน้ำ RO/DI ก่อนทุกครั้ง) — แม่นกว่าไฮโดรมิเตอร์ลูกลอย
- แอมโมเนีย/ไนไตรต์/ไนเตรต: ชุดหยด — เติมน้ำตัวอย่างตามขีด + หยดน้ำยา + เขย่า + เทียบสี (อ่านค่าภายในเวลาที่ฉลากกำหนด)
- pH: ชุดหยดหรือ pH meter (meter ต้องสอบเทียบสม่ำเสมอ)
- KH: ชุดหยดนับหยดจนเปลี่ยนสี = dKH (วิธีแม่นที่มือใหม่ควรฝึก)
เทคนิคให้วัดแม่น
- ล้างหลอด/ขวดด้วยน้ำตัวอย่างก่อนวัด (กันค้างเก่า)
- อ่านค่าหน้าแสงธรรมชาติ/พื้นขาว เทียบสีที่ระดับสายตา
- วัดเวลาเดิมของวัน (กลางวัน/กลางคืนค่าต่างกัน โดยเฉพาะ pH)
- จดค่าทุกครั้งเป็นกราฟ (เห็นแนวโน้มสำคัญกว่าตัวเลขเดี่ยว)
อ่านผลแล้วทำอะไร (เบื้องต้น)
- แอมโมเนีย/ไนไตรต์ > 0: ระบบกรองไม่พอ/ปล่อยปลาเร็ว — เปลี่ยนน้ำ + เติมแบคทีเรีย + ลดอาหาร (อ่านบทความแอมโมเนียพุ่ง)
- ไนเตรตสูง: เปลี่ยนน้ำ/สาหร่าย/ลดอาหาร (อ่านบทความไนเตรต)
- pH ต่ำ: ระบายอากาศ/เช็ค KH (อ่านบทความ pH)
- KH ตก: ปะการังใช้ไป — เติมตามบทความ KH/Ca/Mg
- ความเค็มแกว่ง: เติมน้ำจืดชดเชยการระเหย + ตรวจ ATO
มือใหม่ควรฝึกวัด ความเค็ม + แอมโมเนีย + ไนไตรต์ + ไนเตรต + KH ให้เป็นก่อน (5 ตัวนี้ตอบโจทย์ 90% ของปัญหา) — วัดแล้วจดเป็นกราฟ จะเริ่ม "อ่านตู้จากตัวเลข" ได้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ
