แคลเซียม (Ca), อัลคาลินิตี้ (KH) และแมกนีเซียม (Mg) คือ "สามเสาหลัก" ที่ปะการัง/หอย/สาหร่ายหินปูนใช้สร้างโครงกระดูก — ถ้าเข้าใจความสัมพันธ์ของมัน จะแก้ปัญหาค่าน้ำได้เก่งขึ้นมาก
ค่าที่ควรตั้ง
| ธาตุ | ค่าเป้าหมาย | ความถี่วัด |
|---|---|---|
| แคลเซียม (Ca) | 400–450 ppm (น้ำทะเล ~420) | สัปดาห์ละครั้ง |
| อัลคาลินิตี้ (KH) | 7–11 dKH (จุดหวาน 8–9) | บ่อยสุด (2–3 ครั้ง/สัปดาห์) |
| แมกนีเซียม (Mg) | 1250–1400 (เป้า 1300–1350) | ทุก 2–4 สัปดาห์ |
สัมพันธ์กันยังไง (สำคัญ)
- ปะการังสร้าง CaCO₃ จาก Ca + คาร์บอเนต (KH) — สองตัวนี้ถูกใช้ "พร้อมกัน" ในอัตราคงที่
- Mg คือ "ตัวล็อก": Mg สูงพอจะกันไม่ให้ Ca กับ KH จับกันตกตะกอน (precipitate) — Mg ต่ำ = เติม Ca/KH เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น เพราะตกตะกอนหมด
- กฎคร่าว ๆ: Mg ควรมากกว่า Ca ประมาณ 3 เท่า
ลำดับการแก้เมื่อค่าเพี้ยน (จำให้แม่น)
- แก้ Mg ก่อนเสมอ (ถ้าต่ำกว่า 1250) — เพิ่มช้า ๆ ไม่เกิน 50–100 ppm/วัน
- แล้วแก้ Ca ให้เข้า 400–450
- สุดท้ายค่อยปรับ KH — ห้ามเปลี่ยนเกิน 1 dKH/วัน (KH แกว่งเร็ว = ปะการังช็อก/เนื้อไหม้)
กฎการเติม (Dosing)
- เติม Ca กับ KH ห่างกันอย่างน้อย 15–30 นาที (เติมพร้อมกัน/ผสมกัน = ตกตะกอน)
- ห้ามผสมน้ำยาเข้มข้นเข้าด้วยกันโดยตรง
- เติมลงบริเวณกระแสน้ำแรงให้กระจายเร็ว
- หาปริมาณใช้จริง: วัดค่า → ไม่เติม 1–2 วัน → วัดซ้ำ → ส่วนต่าง = อัตราการใช้/วัน
อาการที่บ่งบอกสมดุลพัง
- เติม Ca/KH แล้วค่าไม่ขึ้น: Mg ต่ำ (เช็ค Mg ก่อน)
- น้ำขุ่น/คราบขาวบนปั๊ม-ฮีตเตอร์: ตกตะกอน — pH/KH สูงเกิน หรือ Mg ต่ำ
- KH แกว่งรายวัน: ปะการังกินเยอะขึ้น (โต) — ปรับโดสเพิ่ม
- ปะการัง SPS เนื้อไหม้: มักตามหลัง KH ตกฮวบ — ตรวจ KH ก่อน
จำ 3 ข้อก็พอ: "Mg ต่ำ = อะไรก็ไม่ขึ้น → แก้ Mg ก่อน", "KH ห้ามเปลี่ยนเร็วเกิน 1 dKH/วัน", "Ca กับ KH ห้ามเติมพร้อมกัน" — แล้วเรื่องเคมีน้ำจะไม่ใช่ปริศนาอีกต่อไป (อ่านบทความการเติม KH/Ca/Mg ประกอบ)
