ส่วนผสมแรกควรเป็นเนื้อปลาหรืออาหารทะเลจริง ไม่ใช่แป้งข้าวสาลีหรือถั่วเหลืองซึ่งปลาทะเลย่อยได้ไม่ดี
อ่านฉลาก
ส่วนผสมแรกควรเป็นเนื้อปลาหรืออาหารทะเลจริง ไม่ใช่แป้งข้าวสาลีหรือถั่วเหลืองซึ่งปลาทะเลย่อยได้ไม่ดี
ปริมาณฟอสเฟต
อาหารคุณภาพต่ำมีฟอสเฟตสูง ซึ่งกลายเป็นปัญหาสาหร่ายในระยะยาว
ขนาดเม็ด
เลือกให้พอดีปากปลา เม็ดใหญ่เกินทำให้ปลาคายทิ้งกลายเป็นของเสีย
แบบจมหรือลอย
ปลาผิวน้ำใช้แบบลอย ปลาพื้นและปลาที่ขี้อายต้องใช้แบบจม ควรมีทั้งสองแบบถ้าเลี้ยงหลายกลุ่ม
เก็บรักษา
ปิดสนิทและเก็บในที่แห้งเย็น อาหารที่โดนความชื้นจะขึ้นราและวิตามินสลาย ควรใช้ให้หมดใน 6 เดือน
อย่าซื้อถุงใหญ่
ซื้อขนาดที่ใช้หมดใน 3–6 เดือน ถุงใหญ่ราคาถูกกว่าแต่คุณค่าเสียก่อนใช้หมด
สรุป
- อ่านฉลาก — ส่วนผสมแรกควรเป็นเนื้อปลาหรืออาหารทะเลจริง ไม่ใช่แป้งข้าวสาลีหรือถั่วเหลืองซึ่งปลาทะเลย่อยได้ไม่ดี
- ปริมาณฟอสเฟต — อาหารคุณภาพต่ำมีฟอสเฟตสูง ซึ่งกลายเป็นปัญหาสาหร่ายในระยะยาว
- ขนาดเม็ด — เลือกให้พอดีปากปลา เม็ดใหญ่เกินทำให้ปลาคายทิ้งกลายเป็นของเสีย
- แบบจมหรือลอย — ปลาผิวน้ำใช้แบบลอย ปลาพื้นและปลาที่ขี้อายต้องใช้แบบจม ควรมีทั้งสองแบบถ้าเลี้ยงหลายกลุ่ม
- เก็บรักษา — ปิดสนิทและเก็บในที่แห้งเย็น อาหารที่โดนความชื้นจะขึ้นราและวิตามินสลาย ควรใช้ให้หมดใน 6 เดือน
- อย่าซื้อถุงใหญ่ — ซื้อขนาดที่ใช้หมดใน 3–6 เดือน ถุงใหญ่ราคาถูกกว่าแต่คุณค่าเสียก่อนใช้หมด
แหล่งอ้างอิงหลัก: Humble.Fish, Reef2Reef, Merck Veterinary Manual และประสบการณ์ในชุมชนผู้เลี้ยง
