หินในตู้ทะเลไม่ใช่ของตกแต่ง — มันคือ บ้านของแบคทีเรียกรองชีวภาพ และที่อยู่อาศัยของปลา การเลือกหินจึงเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดตอนตั้งตู้
เปรียบเทียบหิน 2 แบบ
| หินเป็น (Live rock) | หินแห้ง (Dry rock) | |
|---|---|---|
| ข้อดี | มีแบคทีเรีย+สิ่งมีชีวิตครบ ไซเคิลเร็ว เพิ่มความหลากหลายชีวภาพ | ถูกกว่า ไม่มีศัตรูแฝง (ปู, Aiptasia) ควบคุมได้ 100% |
| ข้อเสีย | แพงกว่า มีศัตรูแฝงมาได้ ต้อง "คิวริ่ง" ถ้าหินตายระหว่างขนส่ง | ต้องเพาะแบคทีเรียเอง ไซเคิลนานขึ้น ระบบ "ปลอดเชื้อ" เสี่ยงไดโน |
ปริมาณที่ควรใช้
- หลักคร่าว ๆ: 0.5–0.7 กก. ต่อน้ำ 1 ลิตร (ตู้ 200 ลิตร ≈ 100–140 กก. ไม่ได้ ใช้ราว 1 ปอนด์/แกลลอน = ~0.5 กก./ลิตร แล้วดูตามทรง)
- เน้น "พื้นที่ผิว" มากกว่าน้ำหนัก — หินพรุนเบา ๆ ดีกว่าหินตันหนัก
จัดหิน (Aquascape) ให้ดี
- เว้นช่องว่าง: อย่าพิงกระจกทุกด้าน — ปล่อยน้ำไหลผ่านและทำความสะอาดได้
- สร้างถ้ำ/ซอก: ปลาใช้หลบ ลดการกัดกัน
- มั่นคง: ต่อให้ปลาที่ขุดทราย (goby, wrasse) ขุดแล้วไม่ถล่ม — ใช้ epoxy/แท่งอะคริลิกยึดก้อนใหญ่
- สูงไม่เกิน 2/3 ของตู้: เว้นที่ให้ปลาว่ายและแสงถึง
- หนีบก้อนเล็ก: วางหินก้อนเล็กบนก้อนใหญ่ ช่องว่างเยอะ = กระแสน้ำดี
ถ้าใช้หินแห้ง ต้องทำอะไรเพิ่ม
- เพาะแบคทีเรียด้วยแบคทีเรียขวด + ป้อนแอมโมเนีย (อ่านบทความไซเคิล)
- เติมความหลากหลาย: ทรายเป็น/หินเป็นชิ้นเล็กจากตู้สุขภาพดี หรือ phytoplankton เพื่อกันไดโน
ทางสายกลางยอดนิยม: หินแห้งเป็นหลัก + หินเป็น/ทรายเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1–2 ชิ้น เพื่อ "หยอดเชื้อ" แบคทีเรียและสิ่งมีชีวิตดี ๆ โดยไม่พาศัตรูเข้ามาเยอะ
