ปลาทัง (วงศ์ Acanthuridae) มีหางเป็นใบมีดแหลม — สีสวย ว่ายน้ำเก่ง กินสาหร่ายเก่ง แต่เป็นปลาที่ "ตายบ่อยที่สุด" ของมือใหม่ เพราะคนส่วนใหญ่เลี้ยงตู้เล็กไปและให้อาหารผิด
สายพันธุ์ยอดนิยม
- Yellow tang: สีเหลืองสด เลี้ยงง่ายในตู้ 300 ลิตรขึ้นไป
- Blue tang (Hippo/Regal tang): สวยแต่ไวต่อโรค (จุดขาว/กำมะหยี่) ขี้ตกใจ
- Sailfin tang: ครีบใหญ่สวย โตเต็ม 30+ ซม. ต้องการตู้ใหญ่
- Kole tang / Tomini tang: ตัวเล็กกว่า (15–20 ซม.) เหมาะตู้กลาง 200+ ลิตร
- Powder blue / Achilles: สวยจัดแต่เลี้ยงยากสุด ไวต่อโรคมาก
ขนาดตู้ (สำคัญที่สุด)
- ปลาทังว่ายน้ำตลอดวัน ต้องการพื้นที่ — ตู้ ยาว 4 ฟุตขึ้นไป (300+ ลิตร) สำหรับชนิดกลาง-ใหญ่
- ชนิดเล็ก (Kole/Tomini) พออยู่ในตู้ 3 ฟุต (200+ ลิตร)
- ตู้แคบ → ปลาเครียด → ป่วยง่ายและตายไว
อาหาร (จุดที่คนพลาดที่สุด)
- ปลาทังเป็น ปลากินพืช/สาหร่าย — ต้องมี สาหร่าย nori หนีบคลิปให้แทะ ทุกวัน ไม่งั้นผอม ซูบ และเป็นโรคหลุมหัว (HLLE)
- เสริมอาหารเม็ดผสมสาหร่าย (spirulina/algae pellets) + อาหารแช่แข็งบ้าง
- ให้วันละ 2–3 มื้อ เพราะมันกินต่อเนื่องตามธรรมชาติ
นิสัยและการอยู่ร่วม
- ห้ามเลี้ยงทังสองตัวชนิด/สีเดียวกัน ในตู้เดียวกัน — ตีกันตาย (ยกเว้นตู้ใหญ่มากและใส่พร้อมกันหลายตัว)
- ชนิดต่างกัน (เช่น yellow + kole) อยู่ด้วยกันได้ถ้าตู้ใหญ่พอ
- เข้ากับปลาอื่นได้ดี ยกเว้นปลาหน้าตาคล้ายกัน
โรคที่ต้องระวัง
- จุดขาว/กำมะหยี่: ทังไวต่อปรสิตมาก — กักโรคปลาใหม่ทุกตัว (อ่านบทความกักโรค)
- HLLE (หลุมหัว/เส้นข้างกร่อน): เกิดจากขาดวิตามิน/อาหารไม่หลากหลาย/ถ่านกัมมันต์/น้ำไม่ดี → แก้ด้วยสาหร่ายทุกวัน + อาหารหลากหลาย + น้ำสะอาด
- ความเครียด: ทังขี้ตกใจ ติดไฟ/กระโดด — ปิดฝา + เปิดไฟค่อย ๆ สว่าง
ก่อนซื้อปลาทัง ถามตัวเองว่า "ตู้ยาวพอไหม" และ "มีเวลาหนีบสาหร่ายทุกวันไหม" — ถ้าตอบไม่ได้ทั้งคู่ ปลาทังจะกลายเป็นปลาที่ "ซื้อมาสวย ๆ แล้วตายช้า ๆ"
