ออกซิเจนในตู้ทะเล DO

ปลาตาย “ทั้งที่น้ำดูดี” ในคืนที่ไฟดับหรือตอนน้ำร้อนจัด — สาเหตุอันดับต้นคือออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ต่ำเกินไป ไม่ใช่โรค น้ำเค็มอุ่น ๆ อุ้มออกซิเจนได้น้อยกว่าน้ำจืดเย็น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ และ “ความเงียบของคืน” ในตู้ก็ทำให้ DO ลดลงทุกวันตามธรรมชาติ บทความนี้พาคุณเข้าใจ DO ระดับลึกแบบใช้ปฏิบัติจริง

1) ฟิสิกส์ที่ต้องรู้: อุณหภูมิ × ความเค็ม

น้ำทะเลที่ 25°C ความเค็ม 35‰ อิ่มตัว DO ≈ 6.7–6.9 มก./ล. แต่ที่ 30°C ลดเหลือ ≈ 6.0 มก./ล. และที่ 32–33°C เหลือ ≈ 5.6 มก./ล. — หมายความว่า “ตู้ร้อน” อุ้มออกซิเจนน้อยลง ขณะที่ปลา (สัตว์เลือดเย็น) ยิ่งร้อนยิ่งใช้พลังงาน/ออกซิเจนมากขึ้น: ปัญหาสองทางที่บรรจบกันพอดี (ข้อมูลจากตารางออกซิเจนละลายน้ำทะเล Benson & Krause / มาตรฐาน ASTM)

2) กลางคืน: ทุกตู้มี “ขาลง” ของ DO

  • กลางวัน: ไลเคน/สาหร่าย/ซูแซนเทลลีผลิต O₂ (photosynthesis) — DO อาจสูงเกินอิ่มตัวเล็กน้อยช่วงบ่าย
  • กลางคืน: ทุกสิ่งหายใจเอาออกซิเจน (รวมปะการังและแพลงก์ตอน) โดยไม่มีผู้ผลิต — DO ค่อย ๆ ลด สุดช่วงเช้ามืด
  • ตู้ที่มีหินมีชีวิตหนาแน่น + สาหร่ายเยอะ + ปิดสกิมเมอร์ (ดูดอากาศเข้าด้วย) มี “midnight dip” ชัดเจน — โดยเฉพาะช่วงปั๊มน้ำวนหยุด
  • วิธีเช็คง่าย: เปิดไฟเช้ามืดดูปลาหอบที่ผิวน้ำ? — เร็วกว่านั้นคือวัด DO ด้วยเครื่อง/เซนเซอร์ หรือใช้ตาราง+กฎนิ้ว: ตู้ที่มีการแลกเปลี่ยนผิวน้ำดีไม่ค่อยมีปัญหา

3) เพิ่ม DO โดยไม่ต้องพึ่งปั๊มแพง

  • หัวทราย (air stone) + ปั๊มลม: วิธีถูกสุดและได้ผลตรงตัว — ฟองเล็ก ๆ + การพัดผิวน้ำ = แลกเปลี่ยนแก๊สดี ควรมีติดบ้านเสมอสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • สกิมเมอร์: ดึงอากาศละเอียดเข้าสู่น้ำตลอด — ในตู้รีฟคือ “เครื่องเติมออกซิเจน” ตัวหลัก (เหตุผลหนึ่งที่ตู้มีสกิมเมอร์ตายแล้วปลาเฉา)
  • ปรับหัวฉีดปั๊มน้ำวนให้ปั่นผิวน้ำเล็กน้อย (surface agitation) — เพิ่มการแลกเปลี่ยน CO₂ ออก / O₂ เข้า
  • อย่าเปิดฝาปิดมิดชิด + อุณหภูมิสูงพร้อมกัน: “ห้องซาวน่า” เป็นสูตร DO ต่ำ

4) ช่วงวิกฤต: ไฟดับ/ฮีตเตอร์ค้าง

ไฟดับ: น้ำนิ่ง + ไม่มีสกิมเมอร์ = DO ร่วงเร็ว (โดยเฉพาะตู้โหลดสูง) — แบตเตอรีหัวทราย/ปั๊มลมควรมีติดบ้าน (ดูแผนกู้ภัยใน กูด) · ฮีตเตอร์ค้างน้ำร้อน: อย่ารอให้เย็นเอง — เพิ่มหัวทรายทันที เพราะน้ำร้อนยิ่งอุ้ม O₂ น้อยลงเรื่อย ๆ จนถึงจุดอันตราย

📚 อ่านต่อใน กูด

หลักฐานและแหล่งอ้างอิง